Articles

การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารคืออะไร..? คือ การสอดกล้องที่มีลักษณะเป็นสายงอพับได้ตามต้องการ ลงไปในระบบทางเดินอาหาร เพื่อดูความผิดปกติของกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น และลำไส้ใหญ่ 

                       

ระวัง..! มะเร็งทางเดินอาหาร ท่านทราบหรือไม่ว่า..!
- ผู้ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคนทั่วโลกและเสียชีวิตกว่า 5 แสนคนในแต่ละปี
- ประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ สูงเป็นลำดับ 3 ในเพศชายและลำดับ 5 ในเพศหญิง
- และพบว่ามะเร็งของกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร ติดอันดับ 1 ใน 10 ของมะเร็งทั้งหมด

ใคร..! คือผู้ที่ควรส่องกล้องตรวจทางเดินอาหาร
1. ผู้ที่มีการบ่งชี้ว่าอาจจะมีปัญหา หรือโรคของหลอดอาหาร, กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็กส่วนต้น หรือ ลำไส้ใหญ่ได้แก่
    - ปวดท้องเป็นๆ หายๆ
    - มีแผลในกระเพาะอาหาร
    - ถ่ายอุจาระดำ หรือมีเลือดปน
    - ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้องบ่อยๆ
    - เลือดออกในทางเดินอาหาร
    - ท้องผูก ท้องเสีย หรือท้องผูกสลับกับท้องเสีย

2. มีประวัติของญาติสนิทในครอบครัวเดียวกันเป็นมะเร็งในทางเดินอาหาร ในกรณีนี้ควรตรวจอย่างน้อยปีละ1-2 ครั้ง แม้ไม่มีอาการ

3. อายุมากกว่า 50 ปี

more info »

สอบถามโปรแกรมการตรวจพิเศษนี้ได้ที่
สถาบันตับและทางเดินอาหาร รพ.สมิติเวช
โทร: 0-2711-8822-24, 0-2711-8830-31
E-Mail:
Liver_c@samitivej.co.th

edit @ 20 Dec 2007 00:18:16 by Healthy Girl :)

ถึงเวลาตรวจตราเต้า

posted on 21 Dec 2007 14:43 by yuiblog  in Articles

                        

มาตรวจเต้านมกันเถอะ
การตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นวิธีป้องกันมะเร็งเต้านมได้ทางหนึ่ง ควรสำรวจเต้านมของคุณเป็นประจำเดือนละครั้ง ช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือ 7-10 วันหลังจากเริ่มมีประจำเดือน ในสุภาพสตรีที่หมดประจำเดือนแล้วควรเลือกวันใดวันหนึ่ง เช่น วันแรกของเดือน เพื่อความสะดวกและเตือนตนเองในการตรวจเป็นประจำทุกเดือน โดยสามารถตรวจได้หลายวิธีดังนี้

ตรวจหน้ากระจก
     • ยืนตรง มือแนบลำตัว สังเกตเต้านมทั้งสองข้างมีความผิดปกติหรือไม่
     • ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นประสานกันทางด้านหลังของศีรษะ แล้วออกแรงดันศีรษะมาด้านหน้า
     • ยกมือเท้าเอว ออกแรงกดสะโพก พร้อมกับโน้มข้อศอกและหัวไหล่ไปด้านหน้า แล้วกลับสู่ท่าเดิม เพื่อให้เกิดการหดตัวและเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออก สังเกตลักษณะที่ผิดปกติ 

ตรวจขณะอาบน้ำ
     • ยกแขนข้างซ้ายขึ้น  ใช้ปลายนิ้วมือข้างขวา วางราบลงบนเต้านมข้างซ้าย บริเวณส่วนนอกและเหนือสุดของเต้านม
     • เริ่มคลำในลักษณะคลึงเบาๆ เป็นวงกลมเล็กๆ เคลื่อนเป็นวงกลมไปช้าๆ รอบเต้านม แล้วค่อยๆเขยิบเข้ามาเป็นวงแคบสู่บริเวณหัวนม  และคลำบริเวณระหว่างเต้านมกับรักแร้ สังเกตดูว่ามีก้อนเนื้อแข็งเป็นไตหรือไม่
     • บีบหัวนมเบาๆ ดูว่ามีของเหลว เช่น น้ำเหลือง หรือน้ำเลือดออกมาหรือไม่ แล้วทำการตรวจซ้ำด้วยวิธีเดียวกันบนเต้านมข้างขวา

ตรวจในท่านอนราบ
     • นอนราบ ยกแขนข้างซ้ายขึ้นเหนือศีรษะ
     • ใช้หมอนหรือผ้ารองบริเวณใต้ไหล่ซ้าย
     • ใช้วิธีการคลำและตรวจเช่นเดียวกับวิธีการตรวจในขณะอาบน้ำ

หากพบสิ่งผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อ หรือเนื้อที่แข็งเป็นไต ควรปรึกษาแพทย์ทันที  

เมื่อไหร่ควรตรวจแมมโมแกรม 
ผู้หญิงที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ ควรไปรับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยการทำแมมโมแกรมหรือการเอกซเรย์เต้านมร่วมด้วย
     • อายุมากกว่า 40 ปี
     • อายุมากกว่า 35 ปี และมีอาการของเต้านมที่ผิดปกติ
     • อายุน้อยกว่า 35 ปี แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าปกติ เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือเคยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน
     • โสด ไม่เคยมีบุตร
     • มีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี หรือหมดช้าหลังอายุ 55 ปี
     • รับประทานฮอร์โมนเพศหญิง หรือยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน

     เนื่องจากการทำแมมโมแกรมจะช่วยให้เห็นความผิดปกติที่เราอาจคลำไม่พบได้ดีกว่า ยิ่งในปัจจุบันมีการถ่ายภาพเอกซเรย์เป็นระบบดิจิตอล หรือ Digital Mammogram ทำให้ได้ผลการตรวจที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มความละเอียดในการแสดงภาพแม้ในก้อนแคลเซียมหรือเนื้องอกที่มีขนาดเล็กมาก โดยอาจตรวจร่วมกับการทำอัลตราซาวนด์ ที่มีความสามารถในการแยกก้อนเนื้อและถุงน้ำ (ซีสต์) ได้ดี ช่วยให้แพทย์สามารถให้การรักษาและหยุดยั้งการลุกลามของมะเร็งได้อย่างทันท่วงที

more info »

For more information, please contact
Samitivej Hospital
www.samitivejhospital.com